สอนสร้าง Custom Splash Page

05.Apr.2020
สอนสร้าง Custom Splash Page วันนี้เราจะมาสอนสร้าง Splash Page แต่ก่อนจะไปสอนการสร้างเราจะมาอธิบายก่อนว่าเจ้าตัว Splash Page เนี่ยมันเอาไว้ทำอะไร สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัว Splash Page คืออะไร ถ้าเรามีข้อความที่สำคัญต้องการที่จะสื่อสารให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการเว็บของเรานั้นทราบไม่ว่าจะเป็น โปรโมรชั่น หรือ คำกล่าวทักทายต่างๆ โดยใช้รูปภาพหรือจะเป็นตัวหน้าเว็บไซต์โปรโมชั่นของเรา  เรามาเริ่มวิธีทำเจ้าตัว Splash Page จากผู้ให้บริการ Dlink.me กันเลยดีกว่า 1. สมัครสมาชิคกับทาง Dlink.me ก่อน 2. สิ่งที่ต้องเตรียมในการสร้าง Splash page กับทาง Dlink กำหนดชื่อแบรนด์หรือชื่ออะไรที่สามารถสื่อความหมายให้เราเข้าใจได้ อย่างเช็น "affiliate promote product" กำหนด Link ปลายทาง update load Avatar ขนาด 100x100 PNG หรือ JPG ก็ได้ไม่เกิน 300KB Upload banner  ขนาดความกว้างต้องไม่ต่ำกว่า 980px ความสูงอยู่ระหว่าง 250 - 500px ใส่ตัว Custom title เข้าไปเอาแบบให้ได้ใจความ Message ไม่เกิน 140 ตัวอักษร                

Read more

3 เคล็ดลับสำหรับวิเคราะห์ Keyword อย่างมีประสิทธิภาพ

04.Apr.2020
3 เคล็ดลับสำหรับวิเคราะห์ Keyword อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการวิจัยคำหลักเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับวิธีการปรับแต่งโครงสร้างหน้าตาเว็บไซต์ การปรับแต่งโค๊ด ปรับแต่งความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์ และการเขียนเนื้อหาให้เป็นไปตามความต้องการ (SEO; Search Engine Optimization) ของคุณ Dlink สร้างลิสต์ข้อกำหนดของเป้าหมายที่คุณต้องการ ขั้นตอนแรกหลังจากกำหนดกลยุทธ์ SEO ในวงกว้าง (ผู้เชี่ยวชาญ SEO ที่ Moz รวมโพสต์เนื้อหาที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวิธีการทำนี้เช่นกัน) คือการสร้างรายการสิ่งที่คุณต้องการกำหนดเป้าหมาย หรือที่คุณคิดว่าตลาดเป้าหมายของคุณกำลังค้นหาอยู่ ตัวอย่างเช่นที่ Dlink.me สองสิ่งที่เราต้องการจัดอันดับก็คือ "URL shortener" และ "link shortener" สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงสิ่งที่เราเป็นและสิ่งที่เราทำในฐานะแพลตฟอร์มและผู้ที่ค้นหาสองสิ่งนี้จะมองหาบริการเช่นเรา เคล็ดลับในการเริ่มต้นเขียนรายการของคุณคือ การคิดจากมุมมองของลูกค้าว่าพวกเขาจะค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณเสนออย่างไร ท้ายที่สุดอย่ากลัวที่จะสร้างรายการเพื่อให้ครอบคลุมทุกด้านของธุรกิจของคุณ ตัวอย่างเช่นที่ dlink.me เรายังช่วยให้ผู้มีอิทธิพลและธุรกิจรักษาแบรนด์ให้มั่นคงและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างโดยใช้ลิงก์ของตัวแบรนด์เอง ดังนั้นรายการคำค้นหาหลักของเราจึงมีคำที่ผู้คนจะค้นหา หากพวกเขามีความสนใจมุมมองเดียวกันกับธุรกิจของเรา ใช้เครื่องมือวิจัยคำสำคัญเพื่อขยายลิสต์รายการที่เราจะสร้าง ขั้นตอนที่สองคือการขยายรายการนี้โดยใช้เครื่องมือวิจัยคำหลัก หนึ่งในขั้นตอนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือใช้เครื่องมือสำรวจคำหลักฟรีของ Google ซึ่งแนะนำคำที่เกี่ยวข้องรวมถึงปริมาณการค้นหารายเดือนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณป้อน เครื่องมือคำหลักสามารถช่วยคุณสำรวจค้นคำศัพท์ที่แตกต่างหลากหลายกันจากคำเดิมที่คุณกำหนดตั้งต้นไว้ สร้างกลุ่มคำและ จำกัด ขอบเขตให้กับวลีคำหลักที่เจาะจงยิ่งขึ้น เครื่องมือยอดนิยมอื่น ๆ ที่คุณสามารถใช้ในการค้นหาคำศัพท์หลัก ได้แก่ : – Moz – SEMRush – Keyword Tool การดำเนินการวิเคราะห์และวิจัยคู่แข่งเพื่อปรับปรุงลิสต์รายการของคุณ  ขั้นตอนสุดท้ายในการวิจัยหาคำหลักเพื่อปรับแต่งลิสต์รายการของคุณจากการวิจัยคู่แข่ง  นี่หมายถึงการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคู่แข่งและดูว่าพวกเขาทำอะไรอยู่ ดูว่าพวกเขากำลังกำหนดเป้าหมายไปที่คำใดและเนื้อหาประเภทใดที่พวกเขากำลังสร้าง การวิจัยนี้จะให้รายการคำหลักหลายประเภทที่คุณสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างกลยุทธ์เนื้อหาของคุณหรือว่ามีคำไหนที่คู่แข่งได้ทำซ้ำกับคำที่คุณมีอยู่แล้ว  คำหลักบางคำจะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหมายความว่ามันเป็นการยากที่จะจัดอันดับได้เพราะมีผู้คนกำลังค้นหาคำพวกนั้นมากขึ้น บางคำอาจเป็นคำที่ตรงความต้องการกับแบรนด์ของคุณและคนอื่น ๆ ซึ่งเราเรียกคำพวกนี้กันในชื่อ“ การค้นหาแบบไม่เจาะจงกลุ่มลูกค้า” นั่นคือต้องการได้ลูกค้าทั้ง 100% ซึ่งมักจะเป็นคำถามหรือเป็นการค้นหา 3-4 คำที่เจาะจงมาก  นับเป็นการดีที่สุดที่จะมีการค้นหาคำหลักทั้งสามประเภทผสมกันในกลยุทธ์ของคุณ มาจริงจังเกี่ยวกับกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาของแบรนด์ของคุณดีกว่า! รับชมการสัมมนาผ่านเว็บ 30 นาทีของเราเกี่ยวกับวิธีปรับปรุง SEO ของคุณและเดินออกไปพร้อมกับเจ็ดเคล็ดลับง่ายๆที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ในทันที   Credit :  https://bitly.com/blog/keyword-research-tips  

Read more